หยุดพฤติกรรมเสี่ยง! แพร่เชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว
ในยุคแห่งเทคโนโลยีที่สามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านอินเตอร์เน็ตถึงกันในพริบตาทั่วโลก เราได้พบเจอกับโรคระบาดรุนแรงสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่แพร่เชื้อไปอย่างรวดเร็วทั่วโลกไม่แพ้อินเตอร์เน็ต ปัจจุบันนี้วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ยุคไซเบอร์อยู่กับความรีบเร่งและแข่งขันกันสูงกว่าแต่ก่อน พร้อมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จนบางครั้งความสะดวกสบายเหล่านี้อาจเป็นพาหะของเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่นการเข้าห้องน้ำในชีวิตประจำวัน มาลองสังเกตดูว่าตนเองเข้าข่ายพฤติกรรมเสี่ยง 6 กลุ่มนี้หรือไม่
 |
- กลุ่มล้างแต่ไม่เช็ด: Wet Hands Harry คนกลุ่มนี้เรียกว่าเป็นผู้ประสงค์ดี แต่แพร่เชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว เพราะเป็นกลุ่มที่รู้จักล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะแต่ไม่ยอมเช็ดมือให้แห้ง แต่นั่นคือแหล่งเพาะเชื้อโรคตัวดี เพราะเชื้อโรคชอบความเปียกชื้น
|
 |
- กลุ่มไม่เปลืองสบู่: Soapless Sue คนกลุ่มนี้ออกจะขี้เกียจ พอทำกิจกรรมที่ทำให้มือเลอะสกปรกแล้วก็แค่พรมน้ำบนมือก็พอสบู่ไม่ต้อง เพราะคิดว่าเพียงพอต่อการกำจัดเชื้อโรคไปจากมือแล้ว
|
 |
- กลุ่มกางเกงสารพัดประโยชน์: Trousers คนกลุ่มนี้เป็นพวกมักง่าย หลังล้างมือแล้วไม่ยอมใช้กระดาษทิชชูเช็ดมือ แต่กลับเอามือเปียกๆ มาเช็ดกางเกงตัวเอง แบบนี้ต่อให้ล้างมือสะอาดขนาดไหน
ก็ยังมีเชื้อโรคติดมืออยู่
|
 |
- กลุ่มบีซี่ไม่มีเวลา: Flat Chat Pat คนกลุ่มนี้มีความมั่นใจเกินร้อย ทำอะไรก็ต้องว่องไวเกินคนอื่นเสมอ แถมยุ่งวุ่นมาก หูหนีบโทรศัพท์ตลอดจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เป็นคนคล่องแคล่วก็ดีอยู่หรอก แต่นิสัยที่ต้องรีบเร่งก็มีผลเสีย อย่างเวลาเข้าห้องน้ำเสร็จก็รีบออกอย่างด่วนจี๋ ล้างมือแบบลวกๆ
|
 |
- กลุ่มเพื่อนแท้ของเชื้อโรค: Nev คนกลุ่มนี้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคมากที่สุด เพราะพวกเขาคือศัตรูตัวฉกาจของคนรอบข้าง เนื่องจากนิสัยที่ไม่เคยล้างมือและเช็ดมือเลยหลังออกจากห้องน้ำ
|
 |
- กลุ่มต้องการไออุ่น: Blower Boy คนกลุ่มนี้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะชอบไออุ่นจากเครื่องเป่าลมโดยไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกสุขอนามัย แถมยังเอาหน้าและผมไปเป่าลมด้วย ซึ่งเป็นตัวเพิ่มเชื้อโรค
มากกว่าเดิมอีกหลายเท่า
|
ทั้งนี้สมาคมกระดาษทิชชูยูโรเปียนได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเวสมินสเตอร์ทำการศึกษาวิจัย ในเรื่องเครื่องเป่ามือในห้องน้ำสาธารณะที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพในช่วงปลายปี 2551 โดยแบ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำให้มือแห้ง 3 ชนิด ได้แก่ กระดาษเช็ดมือ เครื่องเป่าลมร้อนแบบปกติ และเครื่องเป่ามือ Jet Air รุ่นใหม่ เพื่อเปรียบเทียบจำนวนแบคทีเรียของผู้ทดลองทั้งก่อนและหลังจากทำให้มือแห้งด้วยทั้งสามวิธี
จากการศึกษาวิจัยดังกล่าวเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียพบว่า


- การใช้เครื่องเป่าลมร้อนสามารถเพิ่มจำนวนแบคทีเรียบริเวณนิ้วมือโดยเฉลี่ย 194% และบริเวณ
ฝ่ามือถึง 254%
- การเป่าด้วย Jet Air Dryer เพิ่มจำนวนแบคทีเรียบริเวณนิ้วมือโดยเฉลี่ย 42% และบริเวณฝ่ามือถึง 15%
- แต่ในทางกลับกันถ้าเช็ดด้วยกระดาษเช็ดมือ จะสามารถลดจำนวนแบคทีเรียบริเวณนิ้วมือได้ถึง 76% และบนมือได้ถึง 77%
สำหรับการศึกษาถึงเรื่องระยะการวัดแบคทีเรียจากอุปกรณ์ทั้ง 3 ชนิด พบว่า
 |
- การใช้กระดาษเช็ดมือยังไม่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อจุลินทรีย์ในปริมาณมาก
- ในขณะที่เครื่องเป่าลมร้อนแบบเก่าสามารถแพร่กระจายเชื้อจุลินทรีย์ได้ไกลถึง 25 เซนติเมตร
- เครื่องเป่ามือแบบ Jet Air ซึ่งเป่าลมออกมาด้วยความแรง 640 กิโลเมตต่อชั่วโมง สามารถเป่าเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่บนมือไปไกลถึง 2 เมตร ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปสู่ผู้ใช้ห้องน้ำคนอื่นๆ
|
นายคีธ เรดเวย์ นักวิชาการอาวุโสภาควิชาชีววิทยาการแพทย์ มหราวิทยาลัยเวสมินสเตอร์ เปิดเผยว่า
“ผลจากการศึกษาวิจัยทุกด้านในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าควรมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบในการใช้
เครื่องเป่ามือลมร้อนปกติและเครื่องเป่ามือแบบ Jet Air ในสถานที่ที่การรักษาสุขอนามัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เช่น โรงพยาบาล คลินิก โรงเรียน สถานเลี้ยงเด็ก บ้านพักดูแล ครัว และสถานที่จัดเตรียมอาหารต่างๆ”
รู้อย่างนี้แล้ว ทุกคนก็ควรหันมาล้างมือให้ถูกสุขลักษณะและเช็ดมือด้วยกระดาษทิชชู หยุดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเป็นตัวแพร่เชื้อโรค แค่นี้คนไทยก็จะมีสุขอนามัยที่ดีปราศจากโรคภัย
เคล็ดลับการล้างมือที่ถูกสุขอนามัย ห่างไกลจากการแพร่เชื้อโรค
 |
- ล้างมือด้วยน้ำสะอาด
- กดสบู่ให้พอดีต่อการล้าง
- เริ่มล้างตั้งแต่มือ แขนไปจนถึงข้อศอก
- ใช้มือแต่ละข้างถูบริเวณหลังมือของอีกข้างหนึ่ง
- ถูฝ่ามือทั้งสองข้าง
- ขัดสิ่งสกปรกบริเวณซอกเล็บ ข้อนิ้วและง่ามนิ้ว
- ล้างสบู่ออกด้วยน้ำสะอาด
|
|